จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ไหว้พระขอพร หลวงปู่พิบูลย์ (วัดพระเเท่น )อำเภอพิบูลย์รักษ์ จังหวัดอุดรธานี


คำขวัญประจำอำเภอ
 
หลวงปู่พิบูลย์นามลือเลื่อง เมืองคนดี ประเพณีโคมลม แหล่งอุดมปลาห้วยหลวง
โชติช่วงผ้ามัดหมี่ย้อมคราม
 


กล่าวถึงหลวงปู่พิบูลย์ วัดพระแท่นบ้านแดง จ.อุดรธานี
ย้อนอดีตไปเมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้เดินธุดงค์มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ริมห้วยหลวง ซึ่งใกล้กันนั้นท่านได้พบวัดร้าง ซึ่งมี ‘แท่นพระพุทธรูปอันเก่าแก่’ อยู่ในดงป่าไม้แดง ตรงตามที่ท่านได้เคยนิมิตเห็น จึงได้ปักกลดและยึดเอาสถานที่แห่งนั้นปฏิบัติธรรมและพัฒนาวัดร้างขึ้นมาใหม่ ด้วยความร่วมมือของชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธา และได้ตั้งชื่อว่า “วัดพระแท่น” แม้ท่านจะละสังขารไปนานแล้ว แต่ชาวบ้านหลายยุคหลายสมัย ก็มักจะเรียกท่านจนติดปากว่า “หลวงปู่บ้านแดง” ตามนามหมู่บ้านที่ท่านได้ตั้งไว้ให้ 


เล่าถึงปาฏิหาริย์บารมีหลวงปู่พิบูลย์ วัดพระแท่น จ.อุดรธานี 
หลวงปู่พิบูลย์พระมหาเถราจารย์ผู้ทรงฌานอภิญญาแก่กล้า มีวิทยาคมเป็นเลิศ พระผู้เป็นดังเทพเจ้าของชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงในถิ่นดินแดนอิสานล้านช้าง ผู้ซึ่งมีตำนานเรื่องเล่าขานปาฎิหาริย์มากมาย เรื่องราวเล่าขาน #หลวงปู่พิบูลย์ปราบจระเข้ที่กุดแห่ บ้านนานกหงส์
ในสมัยก่อนกุดแห่แห่งนี้เป็นห้วยน้ำที่มีฝูงจระเข้น้อยใหญ่อยู่มากมายอาศัยอยู่ ทำให้ชาวบ้านกลัวและไม่กล้าไปทำมาหากินในลำห้วยแห่งนี้ จึงพากันมากราบนมัสการให้หลวงปู่ทราบ พอท่านได้ทราบเรื่องแล้ววันต่อมาได้ชักชวนพ่อออก(โยมผู้ชาย) ๓-๔ คน ไปกุดแก่ด้วย พอไปถึงหลวงปู่จึงเอ่ยถามพ่อออกที่ไปด้วยว่า “โยมอยากจะเห็นเรือทองคำไหม? เป็นของพวกผีเขาแห่มาไว้นะ” พ่อออกก็บอกว่าอยากจะเห็น หลวงปู่จึงเดินลงไปในน้ำลึกประมาณโคนขา แล้วเอาแขนล้วงลงไปในน้ำดึงเนือทองคำขึ้นมา เรือลำดังกล่าวยาวประมาณ ๓ เมตร หลวงปู่จึงเอ่ยถามโยมว่า “อยากได้ไหม” พ่อออกก็บอกว่าอยากได้ แต่หลวงปู่บอกว่า “เอาของๆเขาไม่ได้เพราะเจ้าของเขาหวง” เสร็จแล้วหลวงปู่จึงปล่อยเรือลงไปไว้เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้ห้วยน้ำแห่งนี้จึงได้มีชื่อว่า “ห้วยกุดแห่” ต่อจากนั้นหลวงปู่ก็มานั่งบนฝั่ง ใช้มือล้วงเอาหินเสกที่อยู่ในย่ามหว่านลงไปในน้ำ ทำให้ฝูงจระเข้และเต่าทั้งหลายลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ แล้วหลวงปู่สั่งให้สัตว์เหล่านั้นมาตัวกันตรงหน้า และหลวงปู่ก็แผ่เมตตาและให้ศีลแก่สัตว์เหล่านั้น พร้อมให้หนีไปอยู่ที่อื่นห้ามไม่ให้มาทำร้ายมนุษย์อีกต่อไป หลังจากนั้น ๗ วันก็ไม่มีใครปรากฎเห็นจระเข้อยู่ในลำห้วยอีกเลย แต่ต่อมามีชาวบ้านนานกหงส์และบ้านนาทรายหลายคนบอกว่าได้ยินเสียงร้องไห้แถวๆป่าแห่งนั้นในเวลากลางคืนและต่อมาอีกระยะหนึ่งก็มีคนพบซากของจระเข้ และซากเต่าอยู่ตามโคนตามป่าแห่งนั้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาห้วยกุดแห่จึงเป็นห้วยน้ำที่ทำมาหากินของชาวบ้านนานกหงส์ บ้านนาทราย บ้านแดง บ้านหนองผักแว่นและหมู่บ้านใกล้เคียงสืบมาจึงถึงทุกวันนี้



























ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น